พบลูกหนู 5 ตัว หางผูกติดกัน คนเชื่อสัญญาณลางร้าย



ชายรัสเซียพบลูกหนู 5 ตัว หางผูกติดกัน ตามตำนานความเชื่อ เผยเป็นปรากฏการณ์ลึกลับ สัญญาณลางร้าย เตือนจะเกิดภัยอาเพศ ขณะที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์เห็นต่าง ชี้พบเห็นยาก แต่ก็เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ



วันที่ 31 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์เดอะซัน และ เดลี่สตาร์ เผยว่า ชายรายหนึ่งชื่อว่า อาลีบูลัต ราซูลอฟ ได้โพสต์คลิปวิดีโอบันทึกภาพเหตุการณ์ประหลาดชวนสะพรึงขนลุก ขณะไปพบกับลูกหนูที่มีหางพันติดกันถึง 5 ตัว อยู่ภายในร่องคูน้ำในพื้นที่สวนแตงโม ที่ถูกน้ำท่วม

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองสตาฟโรโปล ของประเทศรัสเซีย โดยจะเห็นว่าลูกหนูดังกล่าวอยู่ในสภาพเปียกโชก หางมัดติดกันติดอยู่กับเถาแตงโม ดิ้นไปไหนไม่ได้ ราซูลอฟจึงหยิบจับพวกมันออกมาทั้งหมด

ภายหลังจากนำพวกมันมาวางสำรวจดู ก็พบว่าหางของลูกหนูทั้ง 5 ตัว มัดแน่นติดกันจนเอาออกเองไม่ได้ ราซูลอฟจึงช่วยดึงพวกมันแยกออกจากกันในที่สุด โดยราซูลอฟ กล่าวในคลิปวิดีโอว่า น่าจะเกิดจากแม่ของลูกหนูทำให้หางของพวกมันติดกันไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกลงไปในน้ำและจมน้ำ



อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากคลิปวิดีโอถูกแชร์ไปในโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์รายงานว่ามันเป็นปรากฏการณ์ลึกลับ ที่เรียกว่า ราชาหนู (Rat King) หรือ พญามุสิก เมื่อหนูที่ยังมีชีวิตกลุ่มหนึ่ง ขนาดและวัยเท่า ๆ กัน มีส่วนหางเชื่อมติดกัน หรือถูกมัดไว้เหมือนปม โดยเชื่อว่าหนูเหล่านี้ใช้ชีวิตอยู่โดยมีหางติดกันเช่นนั้น

ปรากฏการณ์ดังกล่าว มีรายงานการพบครั้งแรกตั้งแต่สมัยปี 1564 (พ.ศ. 2107) โดยส่วนใหญ่พบในประเทศเยอรมนี มีผู้พยายามหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ในขณะที่บางส่วนเชื่อว่าเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ทั้งนี้มันก็ยังคงเป็นปริศนาที่ถกเถียงมาจนถึงทุกวันนี้

โดยทฤษฎีหนึ่งที่ถูกยกขึ้นอ้างอิงกล่าวว่า หนูอาจจะไปสัมผัสกับสารเหนียว เช่น ยางไม้ ทำให้หางของพวกมันติดกัน แล้วผูกเป็นปมอย่างรวดเร็ว และยิ่งพวกมันดิ้นมากขึ้น ปมก็ยิ่งพันแน่นขึ้น

เอ็มมา เบิร์นส์ ภัณฑารักษ์ด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่พิพิธภัณฑ์โอทาโก ในนิวซีแลนด์ เผยว่า ปรากฏการณ์ราชาหนูอาจเป็นเรื่องธรรมชาติในทางทฤษฎี เนื่องจากส่วนหางของหนูมีคุณสมบัติที่สามารถทำให้พันติดกันได้ แต่ก็เป็นปรากฏการณ์ที่หาพบได้ยาก

อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์ราชาหนูดังกล่าวนี้ มักถูกอ้างในตำนานความเชื่อว่าเป็นลางร้าย เป็นสัญลักษณ์เตือนว่าจะเกิดภัยอาเพศบางอย่าง หรือเป็นสัญญาณของโรคระบาดที่กำลังจะเกิดขึ้น เนื่องจากหนูเป็นพาหะนำโรค

 

 



Back to top button