ดีเจดาด้า สุดปลื้ม ลูกชายเข้ากับสามีใหม่ได้ดี



ดีเจดาด้า ควง เจสัน สามีชาวเกาหลีใต้ เปิดใจครั้งแรกหลังแต่งงาน แพลนซื้อบ้านที่เกาหลี สุดปลื้ม น้องดีน ลูกชายวัย 7ขวบ เข้ากับพ่อเลี้ยงได้ดี



ดีเจสาวอารมณ์ดี ดาด้า วรินดา ควงสามีหนุ่มชาวเกาหลีใต้ เจสัน มาเปิดใจครั้งแรกหลังแต่งงานสุดอบอุ่น พร้อมพาลูกชายวัย 7 ขวบ น้องดีน เปิดโมเมนต์สุดซาบซึ้งพูดอวยพรแม่ในงานแต่งงาน อีกทั้งยังเปิดความสัมพันธ์สุดแนบแน่นระหว่างเจสันกับน้องดีน ที่บอกเลยว่าไร้ปัญหาพ่อเลี้ยง ลูกเลี้ยงแน่นอน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปณิตา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

น้องดีนวันที่คุณแม่แต่งงานมีคนบอกสคริปต์ไว้ไหมว่าจะต้องพูดอะไร? น้องดีน : “ก็มีคำหนึ่งนะครับ คุณยายบอกว่า ผมรู้ คุณแม่รักผม”

ตอนดาด้า 7 ขวบ ไม่สามารถพูดแบบนี้ได้? ดีเจดาด้า : “ด้าก็พูดไม่ได้”

ประโยคนี้เขาเอามาจากไหน? ดีเจดาด้า : “ตอนแรกด้าก็งงเหมือนกัน ในแพลนงานแต่งงาน ด้าไม่ได้ตั้งใจให้ดีนลุกขึ้นมาพูดหรืออะไรเลย วันนั้นด้วยความที่แขก 30 คน มีทั้งหมด 4 โต๊ะ เพื่อนๆ ไปแล้ว 3 โต๊ะ โต๊ะ 4 มีแต่ญาติๆ แล้วดีนก็นั่งอยู่ที่โต๊ะนั้น คือโต๊ะนั้นขี้อายกันหมดเลย ไม่มีใครกล้าพูด อยู่ดีๆ เขาก็ยกมือว่าผมขอพูด แล้วน้องดีนก็หยิบไมค์มาขอพูดเลย”

รู้สึกยังไงกับคำพูดทั้งหมดของลูก เพราะคำพูดของเด็กมาจากความรู้สึกที่เขาไม่ต้องปรุงแต่ง? ดีเจดาด้า : “ใช่ วันนั้นตกใจแล้วก็เซอร์ไพรส์ เราเห็นลูกแค่เขาเล่นของเล่น คุยกันสนุกสนาน วันนั้นเชื่อไหมที่เขาพูดว่าเจสันพลีสเทคแคร์มายมัม น้ำตาไหล”

เจสัน : “ทุกวันที่อยู่กับดีนถือว่าเป็นเหมือนครูสอนภาษาอังกฤษเขาด้วย ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่คิดว่าความสามารถของเด็กคนนี้ ตอนที่เขาบอกให้ดูแลแม่เขา น้ำตาไหลเลย เพราะรู้สึกว่าผู้ชายคนนึงบอกผู้ชายอีกคนให้ดูแลแม่เขาหน่อย”

ดีเจดาด้า : “วันนั้นนั่งอยู่กับเจสัน แล้วจับมือกันน้ำตาไหลกันทั้งคู่เลย”

ทั้งประโยคที่ยืนพูดให้แม่กับเจสันวันนั้น คิดได้ยังไง? น้องดีน : “มันคิดขึ้นมาเองเลย ทุกครั้งเวลาผมจะพูดอะไรแล้วพอมาอยู่จริงๆ จะพูดได้ทุกครั้งเลย อยู่ดีๆ มันก็คิดได้ครับ”

ถ้าวันนี้ให้พูดถึงคุณแม่กับเจสัน? น้องดีน : “เขาก็ดีนะครับ”

ดีนไม่หวงคุณแม่เหรอครับ พอคุณแม่จะแต่งงาน หวงคุณแม่ไหม? น้องดีน : “ไม่”

น้องดีนเข้าใจไหมว่าการแต่งงานคืออะไร? น้องดีน : “มันเป็นการที่ทั้งสองคนได้รักกันครับ แล้วเจสันกับคุณแม่พร้อมจะเดินหน้าไปพร้อมๆ กัน จะไม่มีใครถอยอีกเด็ดขาด คือคุณแม่ เจสัน แล้วก็ผมจะเดินหน้าไปทุกคนเลย”

ด้าบอกลูกยังไง? ดีเจดาด้า : “ค่อยๆ บอกเขา อย่างปีแรกที่เราได้รู้จักกับเจสัน แล้วเริ่มที่จะศึกษากัน ช่วงนั้นเจสันยังไม่ได้ย้ายมาเมืองไทย ทุกครั้งที่เขามาเมืองไทยพยายามจะให้เจอลูกสักครั้งนึง ให้เขามาที่บ้าน ทานข้าวกับดีน ค่อยๆ ทีละนิด ครั้งแรกที่เจสันมาเมืองไทย แล้วเจอเขาครั้งแรก เขาก็ยังไม่รู้หรอก เขาคิดว่าเป็นเพื่อนคุณแม่มาเที่ยวที่บ้าน ครั้งแรกที่เขาเจอกัน น้องดีนประมาณ 4 ขวบ ก็แค่ทักทาย แต่พอเจอบ่อยๆ ขึ้นก็เริ่มสนิทสนม หลังจากนั้นก็โอเคตัดสินใจ เจสันย้ายมาอยู่เมืองไทย ครั้งแรกคือให้เขามาเจอกันบ่อยๆ พอวันนึงเจสันย้ายมาอยู่บ้านเรา มันก็ค่อยๆ ชินกับเจสันแล้ว ก็เลยไม่มีปัญหา”

ด้าแนะนำกับน้องดีนว่าเจสันเป็นใคร? ดีเจดาด้า : “ก็บอกว่านี่คือเจสัน ไม่ได้บอกว่าคือใคร เพราะว่าเมื่อก่อนน้องดีนเข้าใจว่าแฟนคุณแม่คืออาอ๋อง”

เจสัน : “ตอนแรกคิดว่าจะรอให้คบกันสัก 1 ปีก่อนแล้วค่อยเจอดีน”

ดีเจดาด้า : “เรารู้สึกว่าอยากให้เขารู้จักเราเต็มที่ว่าเป็นยังไง ตอนนั้นคบกันประมาณ 5 เดือน ก็เลยแนะนำดีนเลยแล้วดีนก็เพิ่งกลับจากบ้านคุณยายเลยได้เจอกัน ก็เลยแนะนำ”

ทำยังไงให้ลูกของเราเข้าใจว่าคนนี้คือแฟนของแม่? ดีเจดาด้า : “ธรรมชาติเลย ด้ามองว่าถ้าเราสนิทกับลูก คุยกับลูกเป็นประจำลูกจะรับได้ในความเป็นเรา แล้วคนที่จะเข้ามาหาแม่หรือเป็นคนพิเศษที่แม่อยากจะศึกษา อย่างคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวแบบนี้ บางคนอาจจะรู้สึกว่าเวลาเราคบใครไม่อยากให้ลูกมาเจอผู้ชายคนใหม่ แต่ด้ามองว่าถ้าเกิดเราคุยกับเขา ทำเหมือนเขาเป็นเพื่อน เหมือนเขาเป็นที่ปรึกษาเราได้ เขาก็จะชินกับการที่เรารู้จัก แต่ต้องสแกนก่อนนะใครมาจีบเราก็ยังไม่ได้มามาเจอ แต่พอวันนึงเรามั่นใจแล้วว่าคนนี้จะมาเป็นแฟนเรา เราจะแนะนำให้เขารู้จัก”

มีความรู้สึกกลัวไหม ถ้าลูกไม่โอเคแล้วเราจะทำยังไง? ดีเจดาด้า : “คิดเหมือนกัน ตอนนั้นถ้าถาม ด้า วันหนึ่งเราคบกันแล้ว แล้วเขาไม่โอเคกับผู้ชายใหม่เรา เราก็ต้องเลือกลูกเราก่อน ในใจเราคิดแบบนี้ ด้าก็บอกกับเจสันเลย ตอนที่เราศึกษากัน เขาก็รู้อยู่แล้วว่าด้าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว”

น้องดีน : “ผู้ชายผมโอเคทั้งนั้น แต่ขออย่างเดียว อย่าเป็นคนใจร้ายกับผม เจสันใจดี”



ดีเจดาด้า : “คือเขาเป็นคนใจกว้างมากๆ แม่ ลูก เราคุยกันตลอดเวลา เหมือนเขาเป็นเพื่อนคนนึง เขาสามารถไปไหนมาไหนกับด้า คุยกับเพื่อนด้า มาทำงานได้ เจอกับคน เราก็อยากให้ลูกได้รู้จักเพื่อนเราด้วย เขาก็รู้สึกว่าเปิดกว้างมากขึ้น”

ยากไหมที่ต้องเปลี่ยนสถานะตั้งแต่เพื่อน มาเป็นแฟน แล้วก็มาเป็นสามีแม่น้องดีน? เจสัน : “ไม่เลย เราทั้งคู่เข้ากันได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้น”

ดีเจดาด้า : “โชคดีของด้า วันที่เจสันเริ่มเข้ามา วันที่เขาเจอดีนไม่เคยมีอุปสรรคที่จะทะเลาะ หรือเขาจะหวงแม่ ไม่มีเลย เขาเข้าใจ เป็นเด็กที่เข้าใจแม่มาก แล้ววันหนึ่งเจสันเดินเข้ามา เขาก็โอเค แล้วโชคดีเจสันเป็นคนรักเด็กด้วย เขาก็ดูแล ทุกวันนี้ดูแลดีนดีมากเลย ถ้าด้าไปทำรายการแฉ ตอนกลางคืนก็สามารถให้เขาพาดีนเข้านอนได้ ทุกวันนี้ก็กลายเป็นสอนภาษาอังกฤษ สอนเลขดีนมาก กว่าด้าอีก ด้าเป็นคนที่สอนลูกไม่ได้ ใจร้อน”

ด้ากับคุณเจสันตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กันแล้ว แล้วเราตกลงยังไงในการดูแลน้องดีน? ดีเจดาด้า : “ก็คุยกัน อย่างตอนนี้เจสันจะเน้นดูแลในเรื่องของการเรียน เพราะว่าเราไม่ได้เน้นเรื่องวิชาการ ชอบเน้นให้ลูกทำกิจกรรม แต่นี่เขาเป็นคนที่ชอบเรียนหนังสือมากๆ ไม่ได้แล้วนะอันนี้ดีนต้องรู้นะ ดีนต้องอ่านหนังสือออกแล้วนะต้องบวกเลขเป็น”

ทำไมถึงซีเรียสในเรื่องการเรียนของน้องดีน? เจสัน : “มันสำคัญมาก เพราะว่าเด็ก 40 คนที่เรียนออนไลน์เหมือนน้องดีน ไม่ใช่ทุกคนที่มีคนรักและใส่ใจยืนอยู่เคียงข้างเขา แล้วผมอยากจะเป็นคนนั้น แล้วมันเหมือนการแฝงตัวเข้าไปด้วย เพราะตอนนี้น้องดีนก็เป็นลูกเลี้ยงและอยากหาอนาคตที่ดีที่สุดให้กับคนคนนี้ และอยู่ข้างๆ ตลอดเวลามากกว่าเด็กคนอื่น เพื่อที่จะสอนเขาเรียนออนไลน์แล้วเรียนคนเดียว”

ตอนนี้แต่งงานแล้วอยากให้ลูกเปลี่ยนสรรพนามเรียกคุณเจสันไหม? ดีเจดาด้า : “ก็คุยกันกับเจสันว่าเมื่อไหร่ที่เขาพร้อมค่อยว่ากัน ตอนนี้เขาจะเรียกเจสันไปก่อนซึ่งด้าไม่ได้ไปบังคับลูกว่าจะต้องเรียกพ่อหรืออะไร คือเขาก็เข้าใจว่านี่คือเจสัน แต่ถ้าวันนึงเขาอยากจะเปลี่ยนก็เรื่องของดีนเลย”

น้องดีน : “แต่คุณยายบังคับผมให้เรียกพ่อ”

ดีเจดาด้า : “แล้วน้องดีนอยากเรียกไหม”

น้องดีน : “ไม่ ผมรู้ว่าพ่อฟีคือพ่อของผม แต่เจสันเป็นพ่อไม่แท้ พ่อเลี้ยง”

จากครอบครัวมี 3 คน อยากให้เป็นครอบครัว 4 คนไหม? ดีเจดาด้า : “อยากให้แม่มีน้องไหมลูก”

น้องดีน : “อยากครับ อยากมีน้องผู้หญิง เพราะมีน้องชายไปแล้ว”

เจสัน : “อยากมีมาก แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดาด้า”

ดีเจดาด้า : “เรื่องเอาใจเขาเอาใจอยู่แล้ว เขาเป็นคนหวาน คนโรแมนติก”

แล้วแพลนเมื่อไหร่พวกเราจะได้เห็นหลานสาว? ดีเจดาด้า : “คือตอนนี้มีความอยากๆ เดี๋ยวก็ไม่อยาก ด้วยอายุ 41 แล้ว ก็เลยกลัวว่าเดี๋ยวจะแก่เกินไป”

น้องดีน : “ถ้าคุณแม่คลอดออกมาแล้ว ลูกคุณแม่คือลูกคนแม่ ผมก็คือลูกคุณแม่ แต่ลูกคุณแม่อีกคนคือลูกของเจสัน มันคนละพ่อ แต่ผมก็รับได้”

คุณแม่ตั้งชื่อน้องไว้แล้ว? ดีเจดาด้า : “ไม่ใช่ น้องดีนๆ”

น้องดีน : “ชื่อแก้ว มันเป็นชื่อหวานๆ ดี แต่ถ้าเป็นน้องผู้ชายชื่อดิน”

ดีเจดาด้า : “จริงๆ ไม่ได้แพลน มาก็ไม่เป็นไร ก็มา”

เท่ากับว่าตอนนี้ปล่อยธรรมชาติอยู่? ดีเจดาด้า : “ปล่อย แต่ว่าถ้าเราอยากมีตอนนี้ก็คือสองจิต สองใจอยู่ อาจจะเป็นปีหน้าไปปรึกษาหมออีกที เพราะปีหน้า42 แล้วว่าจะมีน้องไหม ถ้ามีคงใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์มากกว่าไม่ได้ธรรมชาติ”

ตอนนี้แต่งมา 1 เดือน ทำไมไม่จดทะเบียน? ดีเจดาด้า : “อยู่ในขั้นตอน เราเพิ่งรู้เหมือนกันนะว่าจดทะเบียนกับชาวต่างชาติ เราเข้าใจตอนที่จัดงานแต่งงาน ก่อนงานสัก 1 สัปดาห์เราจะไปสำนักงานเขต แล้วก็ไปจดทะเบียนกัน สุดท้ายรายละเอียดปลีกย่อยมันเยอะมาก เดี๋ยวเขาต้องไปยื่นเรื่องที่สถานทูต ยื่นเอกสารในการยืนยันตัวตนว่าไม่เคยแต่งงาน ไม่เคยเป็นบุคคลที่ต้องคดีมาก่อน รายละเอียดมันเยอะ เอกสารพร้อมแล้วเราก็ไปที่สำนักงานเขต สำนักงานเขตบอกว่าใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนว่าเอกสารของจริงหรือเปล่า”

จริงๆ แล้วใจก็อยากจะจด? ดีเจดาด้า : “ยื่นเรื่องไปเรียบร้อยแล้ว”

น้องดีนเม้าธ์คุณแม่กับเจสันหน่อย เวลาเขาอยู่ด้วยกันเป็นยังไง? น้องดีน : “สวีตมาก คนนี้เขาก็ไปทับตัวแม่”

ดีเจดาด้า : “กอดลูกกอด อย่าเพิ่งคิดไปไกล คืออยู่บ้านเราเล่นกัน สมมติเราดูทีวีกันอยู่ น้องดีนชอบกระโจนมาใส่ด้า เจสันเขาเลยแบบทำเหมือนดีนกระโจนมากอดแม่บ้าง กลายเป็นแบบฮักกรุ๊ปกัน”

ด้าตกลงจะไปอยู่เกาหลีเหรอ? ดีเจดาด้า : “ไม่ ตอนนี้หลักๆ อยู่เมืองไทยแน่นอน แต่กะว่าอีกหน่อยแพลนกับเจสันไว้ว่าในอนาคตจะไปซื้อบ้านที่โซลสักหลังนึง”

ไม่ได้แพลนว่าจะไปอยู่นู้น? ดีเจดาด้า : “ไม่ได้แพลนๆ คือเขาแพลนมาอยู่ที่เมืองไทย ตอนนี้เริ่มทำธุรกิจที่เมืองไทยแล้ว แต่ว่าในอนาคตอีกสัก 5 ปีคงอยากซื้อบ้านที่เกาหลีอีกสักหลัง”

แล้วครอบครัวเจสันมีปัญหาไหมที่เขาย้ายมาอยู่เมืองไทย? ดีเจดาด้า : “ไม่มีปัญหา ครอบครัวเขาเลี้ยงแบบฝรั่ง เขาไปอยู่อเมริกาตั้งแต่เด็ก พออายุ 18-19 ก็ย้ายออกมาจากบ้านพ่อแม่ ก็จะอัพเดตกันตลอดว่าเป็นยังไง”

คลิปสัมภาษณ์ ดีเจดาด้า



Back to top button